สวัสดีๆ วันนี้มีสาระมาฝาก แต่น่าจะเป็นทั้งสาระและความบันเทิงได้เลย

เผอิญว่าผมอ่านเรื่องเกมอยู่บนเว็บอยู่ดีๆ ก็ตามลิงค์ไปเรื่อยจนมาเจอหนังเรื่องนี้ อาจจะเป็นหนังเก่าไปหน่อยนะเนี่ย แต่ข้อคิดดีมากเลยล่ะ

Wargames เป็นภาพยนต์แนววิทยาศาสตร์ระทึกขวัญ ออกฉายในปี ค.ศ. 1983 ซึ่งอยู่ในยุคสงครามเย็นพอดี เนื้อเรื่องเกี่ยวกับเด็ก ม. ปลายคนหนึ่งที่ชอบแฮ็กคอมพิวเตอร์เพื่อค้นหาเกมใหม่ๆ แต่วันหนึ่ง เขาได้แฮ็กเข้าไปในเครื่องซูเปอร์คอมพิวเตอร์ชื่อ WOPR (War Operation Plan Response) ซึ่งถูกโปรแกรมให้ทำหน้าที่จำลองสภาวะสงครามนิวเคลียร์ แล้วก็มีอำนาจควบคุมระบบปล่อยอาวุธ นิวเคลียร์ด้วย

Photobucket

เนื้อเรื่องแบบนี้อาจจะคล้าย Skynet จากเรื่อง The Terminator แต่ผมว่ายังแตกต่างกันนะ เพราะเจ้า WOPR ยังมีความสามารถในการเรียนรู้ด้วย ก่อนที่ WOPR จะถอดรหัสปล่อยอาวุธนิวเคลียร์ได้สำเร็จ ตัวเอกของเรื่องก็สอนเครื่อง WOPR ให้รู้จักสถานการณ์ที่เล่นเกมแล้วทั้งสองฝ่ายเอาชนะกันไม่ได้ (Stalemate) โดยให้มันเล่น เกมโอเอ็กซ์ (Tic Tac Toe) แข่งกับตัวมันเอง เนื่องจาก WOPR มันเชี่ยวชาญเรื่องการเล่นเกมอยู่แล้ว เล่นเท่าไหร่ก็เลยไม่แพ้ตัวมันเองสักที

พอได้เรียนรู้หลักการนี้แล้ว WOPR ก็ทำการจำลองสถานการณ์นิวเคลียร์ต่างๆ ก่อนยิง เพื่อค้นหาวิธีเอาชนะ "เกม" นี้ แต่ผลการจำลองสถานการณ์หลายต่อหลายครั้งทำให้มันพบว่า ไม่ว่าจะใช้วิธีไหน ฝ่ายตรง ข้ามก็ยิงนิวเคลียร์สวนกลับมา ทำให้ไม่เหลือผู้ชนะอยู่เลย เจ้า WOPR จึงตัดสินใจยกเลิกการยิงนิวเคลียร์ไป พร้อมกับตอบมาอย่างเท่ๆ ว่า "A Strange Game. The only winning move is not to play" (เกมนี้แปลกดี วิธีเดียวที่จะชนะได้ก็คือต้องไม่เล่นมัน) โลกก็เลยรอดพ้นจากสงครามนิวเคลียร์มาได้อย่างหวุดหวิด
Photobucket



อีก 25 ปีต่อมา ก็มีภาคต่อออกมา ชื่อ Wargames: The Dead Code เนื้อเรื่องก็จะคล้ายภาคเดิม แต่ คราวนี้ต้องเจอกับซูเปอร์คอมพิวเตอร์ชื่อ R.I.P.L.E.Y. ซึ่งเก่งกว่า และมีอำนาจควบคุมเครื่องใช้ ไฟฟ้าทุกชนิดที่อยู่ในประเทศอเมริกา ตอนท้ายเรื่อง ก็ได้เจ้า WOPR กลับมาช่วยประชันกับ R.I.P.L.E.Y. ด้วยการเล่นเกม The Dead Code ซึ่งเป็นเกมจำลองสถานการณ์สงครามนิวเคลียร์เช่นกันกับ Global Thermonuclear War จากภาคแรก แล้วก็สอนให้ WOPR เล่นเกมรัซเซี่ยนรูเล็ต (Russian Roulette) เพื่อให้เอาชนะด้วยการแพ้ (เลือกผิด) แล้วสอน R.I.P.L.E.Y. ให้เล่นเกมหมากรุกฆ่า ตัวตาย (Suicide Chess) เพื่อให้เรียนรู้ว่าจะแพ้ถ้าเล่นหมากรุกชนะ... ทั้งหมดนี่ค่อนข้างจะอธิบายยากอยู่เหมือนกันแฮะ... หลังจากผ่านการจำลองสงครามนิวเคลียร์ไปสองครั้ง (ซึ่งไม่สามารถเข้าถึงรหัส ปล่อยอาวุธนิวเคลียร์) ก็มาถึงครั้งที่สาม ซึ่งเป้าหมายคือเมืองวอชิงตัน ดีซี ซึ่งเป็นเมืองที่ฐานบัญชาการตั้งอยู่พอดี แล้วก็ได้รหัสปล่อยอาวุธนิวเคลียร์ออกมาพอดี ถ้า R.I.P.L.E.Y. สั่งยิงไปก็จะเป็นผู้ชนะในเกม นี้...

ฉากต่อไป หลายๆ คนน่าจะเดาได้

..........

.........

........

.......

......

.....

....

...

..

.

.

.

R.I.P.L.E.Y. ก็หยุดไปพักหนึ่ง ก่อนที่จะตัดสินใจไม่ยิงอาวุธนิวเคลียร์ออกไป เพราะได้เรียนรู้จากเกมหมากรุกฆ่าตัวตายว่าถ้าชนะเกมจะเป็นผู้แพ้ เจ้า WOPR เลยสงสัยว่ายังเล่นเกมกันอยู่หรือเปล่า R.I.P.L.E.Y. เลยตอบกลับไปด้วยข้อความที่สุดจะคุ้นตาว่า

"A Strange Game. The only winning move is not to play"

ก่อนที่สถานการณ์จะกลับมาเป็นปกติ
Photobucket

จากภาพยนตร์สองเรื่องนี้ก็มีข้อคิดเกี่ยวกับสงคราม ซึ่งแสดงด้วยเกมคอมพิวเตอร์ต่างๆ แต่ใจความสำคัญก็คือ ถ้าจะเอาชนะสงครามที่ก่อให้เกิดความเสียหายมหาศาล ต้องเอาชนะด้วยการ "ไม่เล่น" หรืออีกนัย หนึ่ง ไม่เริ่มต้นสงครามนิวเคลียร์ อย่างที่ผมเคยบอกไว้แล้วว่า Wargames ภาคแรกออกมาค.ศ. 1983 ในช่วงยุคสงครามเย็น สาเหตุที่สหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียตในสมัยนั้นหลีกเลี่ยงการปะทะกันโดย ตรง อาจจะเป็นเพราะสองประเทศนี้เคยเป็นพันธมิตรกันมาก่อนในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง (แต่ก็มาแตกคอกันเพราะความต่างทางเศณษฐกิจและการเมือง) หรือ ต่างฝ่ายต่างก็รู้ว่าอีกฝ่ายหนึ่งก็มีอาวุธนิวเคลียร์ เช่นกัน เกรงว่าอีกฝ่ายหนึ่งจะโต้กลับด้วยอาวุธนิวเคลียร์เช่นกัน จะเสียหายทั้งสองฝ่าย ก็เลยเกิดเป็นสงครามตัวแทนในประเทศต่างๆ เช่น เวียตนาม, เยอรมันนี, เกาหลี, คิวบา จนถึงปัจจุบันนี้บางประเทศก็กลับมา รวมเป็นประเทศเดียวได้สำเร็จ แต่บางประเทศก็ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนโดยถาวร

จากภาพยนตื์สองเรื่องนี้ ถ้ากลับมาดูในยุคปัจจุบัน หลายๆ คนก็คงจะพอนึกออกว่า มีเหตุการณ์อะไรที่คล้ายๆ แบบนี้บ้าง แล้วจะเป็นไปได้ไหมถ้าพวกเขาจะใช้หลักการนี้ในการปรองดองเพื่อการคงอยู่ของทั้งสอง ฝ่าย หรือเลือกที่จะทำลายอีกฝ่ายให้สิ้นซาก แต่เราก็คงไม่มีอำนาจไปตัดสินใจแทนได้นี่เนอะ ...

ปล 1. พอเขียนคำว่า "ยิ่งแข่งยิ่งแพ้" ทำให้นึกถึงเพลง "ไม่แข่งยิ่งแพ้" ของพี่เบิร์ดเข้า ก็จริงอยู่ ในบางสถานการณ์ก็เป็นแบบนั้น แต่ถ้าเป็นสงครามหนักๆ ก็จะเสียหายเป็นอย่างมากแน่ๆ
ปล 2. เจ้า WOPR มีประโยคทักทายว่า "Shall we play a game?" (มาเล่นเกมกันไหม) ก็ชวนให้นึกถึงตุีกตาบิลลี่ใน Saw ที่ชอบพูดว่า "I want to play a game" ก็ไม่เกี่ยวกันนะ ถึงจะดูโหดๆ เหมือนกันก็เถอะ =w="

Comment

Comment:

Tweet

interesting confused smile

#1 By Ruyi (103.7.57.18|124.120.236.148) on 2012-10-29 20:32