โอ้ว เป็นเอนทรีที่ 100 พอดีเลย! เดี๋ยวจะเริ่มเล่าเรื่องไปญี่ปุ่นเลยนะครับ

10 มิ.ย. 55
เริ่มการเดินทางกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ขั้นตอนต่างๆ ก็เป็นไปอย่างที่เคยเป็น แต่ตอนตรวจคนขาออกนี่เปลี่ยนไป ถ้าเป็นคนไทย จะมีช่องใหม่ ให้เสียบพาสปอร์ตเข้าไป แล้วก็บันทึกลายนิ้วมือแทน ถือว่าไปได้ เร็วดีนะ ไม่ต้องรอเข้าแถวตรวจพาสปอร์ตด้วย

ในสนามบินจะมีบริการ wifi ฟรี 1 ชั่วโมงด้วย ผมก็เพิ่งรู้เรื่องนี้ละ ไปขอ username และ password ใช้ได้ที่เคาน์เตอร์ของ AOT ครับ
Photobucket

Photobucket

11 มิ.ย. 55
ออกจากไทยประมาณเที่ยงคืนห้านาที ไปถึงญี่ปุ่น ลงที่สนามบินฟุกุโอกะ (Fukuokakuukou, 福岡空港) ประมาณ 8 โมงเช้า เวลาญี่ปุ่นพอดี หลังจากผ่านขั้นตอนต่างๆ และรับสัมภาระแล้วก็นั่งรถไฟจาก สนามบินไปสถานีฮาคาตะ (Hakata, 博多) พอดีนัดเจออาจารย์แถวนี้ เพราะอาจารย์มาญี่ปุ่นก่อนแล้ว ดื่มกาแฟรอสักแก้ว ราคา 300 yen หรือ 120 บาทไทย พอเป็นเงินเยนแล้วรู้สึกจ่ายง่ายมาก แต่ราคานี้ ถ้าเป็นเงินบาทไทย ผมรู้สึกว่าแพงแฮะ - -"
Photobucket

นัดอาจารย์มาเพื่อรับ data sim สำหรับใช้ 3G ในญี่ปุ่น ผมได้รับคำแนะนำมาว่าให้ซื้อของ B Mobile 1GB Flat Rate Sim (หรือ Micro Sim) ราคา 3,100 เยน กำหนดการรับข้อมูลสูงสุด 1GB ใช้ได้ 30 วันหลังจากเปิดบริการ และไม่มีจำกัดความเร็วครับ ซึ่งจะราคาถูกกว่าซื้อเป็นแพคเกจ Data Roaming ของผู้ให้บริการในไทยลงนิดนึง แต่ก็ยุ่งยากอยู่สักนิดตรงที่เราต้องเปิดใช้บริการด้วย แต่ตรงนี้ เราก็ ให้ทางโรงแรมที่พักช่วยทำการเปิดใช้บริการให้ก็ได้ครับ ให้เขาใช้โทรศัพท์ที่โรงแรม หรือมือถือโทรไปที่หมายเลขที่ให้มา แล้วก็ใส่หมายเลขของ Sim ที่เราซื้อมา รอสักชั่วโมงก็จะใช้ได้แล้วครับ แต่ของผม อาจารย์ช่วย activate ให้แล้ว ที่เหลือก็แค่ตั้งค่ามือถือให้ใช้กับเครือข่ายของญี่ปุ่น (NTT Docomo) ให้ได้เท่านั้น
http://www.bmobile.ne.jp/1gb/index.html
Photobucket

หลังจากนั้นก็ไปทำ jr pass ที่สถานี Hakata ซึ่งมีให้แลก JR pass พอดี ซึ่งเราต้องเอาตั๋วแลก JR pass ที่ซื้อจากไทยมาแลกเป็น JR pass ที่นี่ เพราะ JR pass จะไม่มีขายในญี่ปุ่นครับ ตามที่เคยบอกไป แล้วในเอนทรีเก่า เนื่องจากผมซื้อ JR pass แบบ 7 วัน แต่ไปเที่ยว 9 วัน เลยเริ่มใช้ JR pass วันที่ 13 มิ.ย. ซึ่งจะใช้ได้ถึงวันที่ 19 มิ.ย. ซึ่งเป็นวันกลับพอดี

แวะร้าน Yodobashi Camera (ヨドバシカメラ) ใกล้สถานีฮาคาตะสักหน่อย ไปเดินเล่นดูของ ยังไม่ได้ซื้ออะไร แต่ก็มีหลายอย่างที่ไม่มีขายในไทยเยอะเลย
Photobucket

ในเมื่อมา Hakata ทั้งที ก็ต้องทานของดีของที่นี่ ก็คือทงคตสึราเม็ง เป็นราเม็งที่ใช้น้ำซุปกระดูกหมู
Photobucket

หลังจากแยกย้ายกับอาจารย์แล้วก็มาเดินทางกันต่อ จากสถานีฮาคาตะ จะไปยามากุจิได้เร็วที่สุดด้วยชิงคันเซ็น เนื่องจากเริ่มใช้ JR pass วันที่ 13 มิ.ย. ตอนนี้เลยต้องจ่ายเงินเยน เพื่อเดินทางสู่จากฮาคาตะ ไปยา มากุจิ ข้ามเกาะกันเลยทีเดียว

หลังจากผ่านไปประมาณชั่วโมงกว่าๆ ก็มาถึงสถานีชินยามากุจิ (Shinyamaguchi, 新山口)
Photobucket

แล้วก็เปลี่ยนไปขึ้น JR Yamaguchi ไปลงที่สถานียูดะออนเซ็น (Yudaonsen, 湯田温泉) ซึ่งเป็นบริเวณที่มีโรงแรมที่พักอยู่มากที่สุดในยามากุจิ
Photobucket

Photobucket

Photobucket

เอาละ เดี๋ยวผมจะเล่าตำนานของเมืองนี้ให้ฟังหน่อยดีกว่า

ที่ยูดะออนเซ็นมีตำนานว่า เมื่อ 800 ปีก่อน มีคนเห็นจิ้งจอกสีขาวลงมาแช่น้ำที่นี่เพื่อรักษาอาการเจ็บปวด แล้วมีพระแถวๆ นั้นสังเกตดูพฤติกรรมของเจ้าจิ้งจอกตัวนี้ ด้วยความอยากรู้ พระรูปนี้ก็เลยลองลงไปแช่ แล้วรู้สึกได้ว่าแผลตามตัวเริ่มหายไป

เนื่องจากตำนานเริ่มมาจากจิ้งจอกขาว ก็ไม่น่าแปลกใจเลยว่ามาสคอตประจำยูดะออนเซ็นก็คือจิ้งจอกขาว
Photobucket

Photobucket

นอกจากบ่อออนเซ็นแบบแช่ตัวแล้ว ในเมืองนี้ก็ยังมีบ่อแช่เท้า (ashiyu, 足湯) ด้วย ถ้าไม่อยากล่อนจ้อนทั้งตัวเวลาไปแช่ออนเซ็นก็แช่แค่เท้านี่ละ เหมาะที่จะใช้นั่งเล่นเพื่อแช่เท้าผ่อนคลายหลังจากเดินเล่น รอบๆ เมือง แล้วก็ช่วยในเรื่องระบบหมุนเวียนเลือดด้วย ในวันปกติก็จะมีผู้สูงอายุมาแช่เท้ากัน
Photobucket

ผมเข้าพักที่ Hotel Kiraku เป็นโรงแรมธรรมดา ไม่ใช่เรียวกัง ราคาเลยไม่แพงมาก ห้องพักและห้องน้ำอาจจะเล็กไปหน่อย แต่ก็คุ้มราคาครับ ผมเลือกแบบไม่รวมอาหารเช้า เพราะออกไปหาทานแถวๆ นั้น ได้ถูกกว่า

Photobucket

Photobucket

ตอนแรกวางแผนไว้ว่าพอเก็บของเสร็จจะออกไปเที่ยวใน Yamaguchi แต่สงสัยจะเหนื่อยและนอนไม่พอตอนอยู่บนเครื่องบิน ก็เลยหลับไปสองชั่วโมงซะงั้น เหอะๆ ไม่ต้องเที่ยวละ เดี๋ยวแค่ออกไปทานมื้อเย็น ทานที่ร้าน Gusto เป็นร้านอาหารสำหรับครอบครัว เน้นขายอาหารฝรั่ง แต่ก็มีเมนูอาหารญี่ปุ่นเหมือนกัน นอกจากน้ำเปล่าแล้ว เราสามารถจ่ายเงินเพิ่มเพื่อดื่มบาร์น้ำอื่นๆ ได้อีกไม่อั้น
Photobucket

ชุด Cheese Hamburg Steak
Photobucket

Photobucket

หลังจากทานเสร็จก็อยู่เตรียมงานอยู่ในห้องพักโรงแรมละ ไม่ได้ออกไปไหนอีก เพื่อเตรียมตัวสำหรับวันถัดไป

เอนทรีหน้าก็จะเริ่มเข้าเมืองยามากุจิละครับ

รวมรูปของวันแรก
http://s80.photobucket.com/albums/j186/panithan/ 2012/201206_Japan2012/20120611/

ข้อมูลบางส่วนจาก:
http://www.japanrailpass.net/eng/
http://www.bmobile.ne.jp/1gb/index.html
http://www.yudaonsen.com/en/onsen.html
http://www.yamaguchi-city.jp/w/en/hot_spring.html

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

อาหารแต่ละอย่างน่ากินม๊ากกกก เห็นแล้วอยากกินข้าวเย็นอีกรอบ 
เค้าก็อยากไปยุ่นบ้างงง

#1 By +Bloodyberry : MUKURO ADDICTION*+ on 2012-06-22 20:47

Fukuoka ยังไม่เคยไปซักที ว่าจะไป จะไป มีแผนอื่นมาแทนตลอด

#2 By fafner on 2012-06-27 17:24