การท่องเที่ยวยุโรปของผม Part 3: ฝรั่งเศส
posted on 04 May 2009 16:43 by t-tan in Travel
สวัสดีคร้าบทุกคน! คราวนี้ ผมจะมาเล่าเกี่ยวกับการเดินทางไปยุโรปช่วงสงกรานต์ พ.ศ. 2552 กันต่อ คราวนี้เป็นประเทศสุดท้ายแล้วครับ!
เมืองแรกที่เรามาในฝรั้งเศสก็คือเมืองดิจง
อุณหภูมิปกติประมาณ 16-17 องศา แต่ตอนที่ไปถึงยิ่งฝนตกด้วย อุณหภูมิเลยเหลือประมาณ 13 องศาครับ ทั้งเปียกทั้งหนาวเลย ผมเลยเอาเสื้อกันหนาวมากันฝนเลย มีประโยชน์หลายอย่างดีแฮะ ในขณะที่เราเดินไปทานอาหารเที่ยง ผมก็เห็นร้านขนม ก็เลยถ่ายรูปมาให้ดูเช่นเคย
เราไปทานอาาหรเที่ยงที่ร้านอาหารชื่อ โอซาก้า เจ้าของร้านเป็นคนไทย แต่ขายทั้งอาหารไทยและอาหารญี่ปุ่น
หลังจากทานอาหารเที่ยงเสร็จ เราก็เดินทางไปที่สถานีรถไฟดิจงเพื่อขึ้นรถไฟ TGV รถไฟที่เร็วที่สุดในยุโรป เพื่อเข้าสู่กรุงปารีส รถไฟ TGV ทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 574.8 กม/ชม. แต่ความเร็วในการให้บริการปกติอยู่ที่ 320 กม/ชม. ใช้เวลาเดินทางเพียงแค่ 1 ชั่วโมง 40 นาทีก็ถึงปารีสแล้ว เราก็ขึ้นรถโค้ชท้องถิ่นต่อ
สถานที่แรกที่เราไปเที่ยวชมก็คือ พิพิธภัณฑ์ลูฟว์
เราแวะลงมาถ่ายรูปกับพีระมิดแก้วด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ลูฟว์ ไม่ได้เดินรอบๆ หรือเข้าไปข้างใน ซึ่งตรงประตูที่เราผ่านเข้ามาในเขตพิพิธภัณฑ์เนี่ย ประตูมันแคบมากจนรถโค้ชต้องค่อยๆ เข้ามาเลยล่ะครับ ในบริเวณพิพิธภัณฑ์ก็มีประตูชัยด้วยครับ แต่ไม่ใช่ของนโปเลียน แล้วรถก็ออกไปส่งเรา
ด้านนอกของพิพิธภัณฑ์ มีร้านขายของปลอดภาษีกับตั้งอยู่ ร้านแบบนี้เนี่ยมีการลดราคาแล้วก็การคืนภาษีให้นักท่องเที่ยวที่ไม่ใช่คนของประเทศใน EU ด้วย แล้วก็ยังมีร้านขายของที่ระลึก อย่างเช่นโมเดลหอไอเฟล หมวกแบบฝรั่งเศส พวงกุณแจ มีอยู่ร้านนึงมีตุ๊กตาฝรั่งเศสขายด้วย
ในขณะที่เรานั่งรถไปทานอาหารเย็น สุดปลายถนน เราจะมองเห็นโรงโอเปร่าของกรุงปารีส ระหว่างทาง เราก็เห็นไซด์วอล์ก คาเฟ่ ร้านกาแฟริมทางเท้า ที่สามารถนั่งจิบกาแฟ แล้วก็มองดูผู้คนที่เดินผ่านไปมาได้ด้วย เราทานอาหารเย็นกันที่ร้านอาหารไทย ป. สุวรรณภูมิ ที่อยู่ในปารีส หลังอาหารเย็น เราก็นั่งรถโค้ชผ่านถนนฌองเอลิเซ่ ซึ่งเป็นต้นแบบของถนนราชดำเนินของไทย จากตรงนี้ เราสามารถมองเห็นประตูชัยบริเวณจตุรัส ชาร์ล เดอ โกลล์ ที่มีถนน 12 สายมาบรรจบกัน
เราเดินทางไปเพื่อล่องเรือในแม่น้ำแซนส์ เพื่อชมสถานที่น่าสนใจหลายๆ แห่ง เรือของเราแล่นลอดใต้สะพานอเล็กซานเดอร์ที่สาม แล้วเรือก็ผ่านจตุรัสคองคอร์ด ที่ที่พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 กับพระนางมารี อองตัวเนต ถูกประหารชีวิตในสมัยการปฏิวัติฝรั่งเศส, พระราชวังบูร์บอง, พระราชวังเลจิออง ดอนเนอร์, พิพิธภัณฑ์ออร์เซย์ ล่องเรือไปสักพักก็เริ่มจะมืด แต่ก็ดี ล่องเรือครั้งนีั้ได้บรรยากาศทั้งกลางวันและกลางคืนเลย แล่นไปได้อีกสักพัก เรือก็เริ่มหันหัวกลับไปทางตรงข้าม เริ่มมีลมเย็นพัดมาบนเรือ เลยเริ่มมีคนหนีหนาวลงไปชั้นล่างของเรือแล้วครับ ด้านบนของเรือเป็นลานเปิด แต่ด้านล่างจะเป็นห้องกระจกเพื่อกันลม เรือก็แล่นผ่านวิทยาลัยแห่งช่างศิลป์ของฝรั่งเศส ย้อนกลับมาที่พิพิธภัณฑ์ออร์เซย์อีกรอบหนึ่ง ผ่านพระราชวังบูร์บองอีกรอบ แล้วก็เลยไปถึงหอไอเฟล ตอนกลางวันกับตอนกลางคืนเนี่ยสวยกันคนละแบบเลยแฮะ
หลังจากผ่านหอไอเฟลมาแล้ว เรือก็กลับไปที่ท่า แล้วเราก็ขึ้นรถโค้ชไปที่โรงแรม เราพักกันที่โรงแรมเมอร์เคียว เป็นอันจบวันที่เจ็ดของการเดินทาง โรงแรมนี้อยู่ในบริเวณย่านลา เดอฟองซ์ เป็นย่านเมืองใหม่ของปารีส เราเห็นหอไอเฟลอยู่ลิบๆ ด้วย
ในวันที่แปดของการเดินทาง เราไปเที่ยวกันที่พระราชวังแวร์ซายส์
ในพระราชวังมีห้องหลายห้องและรูปวาดอยู่หลายรูปในพระราชวังแวร์ซายส์ ผมก็จำได้ไม่หมดหรอกว่าอันไหนคืออะไร ที่จำได้ก็มีรูปปั้นของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14, รูปปั้นครึ่งตัวของพระเจ้าหลุยส์ที่ 15, สัญลักษณ์กองทัพของพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 ซึ่งยังกลายมาเป็นตราสัญลักษณ์ของลูกเสือด้วย, รูปวาดของพระนางมารี อองตัวเนต พระชายาของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16, รูปวาดของพระเจ้าหลุยส์ที่ 15, รูปวาดของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 เราเดินเข้ามาในห้องบรรทมของนโปเลียน เตียงถูกสร้างให้สูงขึ้นมาจากพื้นเพื่อเลี่ยงความเย็นจากพื้นของพระราชวัง ในนี้ เรายังเห็นนาฬิกาโบราณ และเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ในพระราชวังแวร์ซายส์ ที่ได้กลายมาเป็นต้นแบบของเฟอร์นิเจอร์หลุยส์ในปัจจุบัน แล้วเราก็เดินมาที่ห้องกระจก ห้องที่ประเทศเยอรมันลงนามในสนธิสัญญาแวร์ซายส์ เพื่อยุติสงครามโลกครั้งที่ 1 ห้องนี้ยังเป็นห้องที่พระยาโกษาธิปดี (ปาน) นำพระราชสาสน์จากสมเด็จพระนารายณ์มหาราชมาส่งให้พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ด้วย ในห้องกระจกเนี่ย
จากห้องกระจก เรามองเห็นสวนของพระราชวังด้วย ซึ่งเดี๋ยวก็จะออกไปดูใกล้ๆ แล้วก็เดินมาดูห้องบรรทมของพระนางมารี อองตัวเนต ในห้องถัดไป มีภาพวาดในพิธีสวมมงกุฎของพระเจ้านโปเลียนและพระนางโจเซฟีน หลังจากนั้น เราก็เดินออกมาถ่ายรูปด้านนอกของพระราชวัง แล้วเราก็เดินไปที่สวนของพระราชวังแวร์ซายส์ หลังจากถ่ายภาพสวนเป็นที่พอใจแล้ว เราก็เดินมาด้านหน้าของพระราชวัง มีประตูทองคำที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ด้านหน้าพระราชวังเมื่อไม่กี่สิบปีที่ผ่านมานี้เอง แล้วเราก็นั่งรถโค้ชออกมา
เรานั่งรถผ่านเทพีเสรีภาพบนเกาะ ?le des Cygnes ซึ่งจำลองมาจากของจริงในนิวยอร์ก แล้วเรามองเห็นรูปปั้นไฟแห่งเสรีภาพ ก่อนจะลอดอุโมงค์ที่รถของเจ้าหญิงไดอาน่าประสบอุบัติเหตุจนสิ้นพระชนม์ เราผ่านจตุรัสคองคอร์ดอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้เรานั่งรถผ่าน ก็เลยเห็นได้ชัดกว่าตอนล่องเรือในแม่น้ำแซนส์ มีคนกำลังขายของอยู่ข้างแม่น้ำแซนส์ มีช่องเก็บของแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ทางเท้าจะได้ดูไม่ระเกะระกะดี ถ้ามีแบบนี้ในไทยคงจะดี
ต่อมา เราก็มาเที่ยวที่มหาวิหารนอทเทรอดามแห่งปารีส
แล้วก็เข้าไปถ่ายรูปด้านใน น่าเสียดายที่เขาไม่ให้ใช้แฟลชเวลาถ่ายรูป รูปเลยออกมามืดๆ ด้านในมหาวิหาร มีเทียนไขถูกจุดเป็นจำนวนมากเพื่อเป็นเครื่องบูชาพระเยซู แล้วก็มีงานกระจกสีที่สวยงามมากๆ ด้านนอกของมหาวิหาร ทางซ้าย มีรูปสลักของนักบุญเดนิสสร้างปาฏิหาริย์ หลังจากถูกสังหารด้วยการตัดหัว ท่านถือหัวของท่านเดินขึ้นสวรรค์ ทางด้านขวา มีรูปสลักของพระเจ้ากับตาชั่งกำลังพิพากษาวิญญาณของผู้เสียชีวิต ด้านซ้ายของตาชั่ง (คนดี) จะเบากว่าด้านขวา (คนชั่ว) ต่อมา เราก็ไปบริเวณที่มองเห็นหอไอเฟลได้สวยงามที่สุดเพื่อถ่ายรูป แถวๆ นั้นก็มีคนขายหอไอเฟลพลาสติกด้วย คนขายเป็นพวกคนผิวดำ แต่พูดว่า "อันเล็ก 1 ยูโร 5 อันใหญ่ 5 ยูโร" ได้ด้วย สงสัยคนไทยมาเที่ยวกันเยอะ
ระหว่างที่เรานั่งรถไปทานอาหารเย็นก็เห็นร้านประเภททาบัค ร้านที่ได้รับอนุญาตให้ขายบุหรี่ในฝรั่งเศส มื้อเย็น เราทานอารจีน มีทั้งกุ้งผัดผัก เนื้อปลาย่างซีอิ๊ว เนื้อเป็ดทอด เนื้อหมูผัดหัวหอมใหญ่ และไก่เปรี้ยวหวาน อร่อยมากครับ! ก็นี่เป็นอาหารมื้อสุดท้ายที่เราจะได้ทานนี่นะ ไกด์เลยจัดมาซะชุดใหญ่เลย... หลังจากทานอาหารเย็นเสร็จ เราก็เดินบนถนนณองเอลิเซ่ ไปยังประตูชัย เราเดินผ่านลิโด้ โรงละครและคาบาเร่ต์ สงสัยโรงภาพยนต์ลิโด้ในไทยก็เอาชื่อมาจากที่นี่สินะ เราสามารถมองเห็นประตูชัยได้ในระยะใกล้ ก็เลยแวะถ่ายรูป
ก่อนที่จะเดินไปขึ้นรถเพื่อกลับโรงแรม พอกลับมาถึงโรงแรม ผมก็ไม่ลืมที่จะถ่ายรูปของย่านลา เดอฟองซ์ ยามค่ำคืน ก่อนที่จะเข้านอน เป็นอันจบวันที่แปด
ในวันที่เก้าของการเดินทาง เราก็ไม่ได้ไปเที่ยวไหนแล้วครับ หลังจากทานอาหารแล้วก็ขึ้นรถไปที่สนามบิน ชาร์ลส์ เดอ โกลล์ แล้วก็ขึ้นเครื่องบินมาที่มาเลเซีย แล้วก็ต่อเครื่องไปที่เมืองไทย ถึงบ้านโดยสวัสดิภาพครับ!
รูปของการเดินทางในฝรั่งเศสนั้นอยู่ที่ http://cid-259630bb898e523a.skydrive.live.com/browse.aspx/Europe%202009 ครับ
การเดินทางก็จบลงแล้ว แต่ยังมีเรื่องที่อยากบ่น อยากเล่าให้ฟังอีกเยอะเลย สงสัยจะได้มี Part 4 แน่ๆ ติดตามกันได้ในครั้งต่อๆ ไปนะคร้าบ!
แปดวันนี่ก็เยอะเหมือนกันนะคะ เที่ยวให้สนุกนะคะ
#1 By Miss Beauty and Energy on 2009-05-04 17:20