บล็อกข้า ข้ากลับมาแล้ว จอใช้เวลาอัพเจ้าสักหน่อยละกัน

ในช่วงที่ผ่านมา ประเทศไทยประสบกับปัญหาน้ำท่วมมากอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ในช่วงเดือนตุลา 54 ครอบครัวเราก็คอยติดตามข่าวเรื่อยๆ เพราะเป็นไปได้ว่าแถวๆ บ้านผมก็อาจจะโดนด้วยเช่นกัน ตอนนั้นก็ทำการเตรียมตัวกันหลายๆ ด้าน เช่น ยกของขึ้นที่สูง และซื้อเสบียงอาหารมาเก็บไว้ แล้วก็มีคำเตือนว่าให้นำรถไปจอดที่สูงด้วย แต่แถวๆ บ้านเรา ไม่มีที่สูงพอ ส่วนเรื่องจอดรถบนสะพานหรือ อาคารอื่นๆ ก็ยังไม่แน่ใจเรื่องความปลอดภัย และอาจจะโดนรถคันอื่นเฉี่ยวเอาได้ บ้านเราตัดสินใจจะขับรถไปบ้านญาติ และอาศัยอยู่ที่บ้านญาติจนกว่าน้ำจะลด แต่ผมก็ไม่ได้ไปด้วยนะ เพราะติด ภารกิจต้องไปร่วมงานประชุมวิชาการที่จีนพอดี ตอนแรกก็กลัวๆ ว่าจะออกจากบ้านไปสนามบินไม่ได้ด้วยล่ะ ส่วนตอนที่อยู่จีนก็พยายามติดตามข่วมน้ำท่วมในไทยด้วย ในงานที่ผมไปเนี่ย ก็มีอาจารย์ และนักวิจัยช่วยกันระดมเงินบริจาคมาช่วยน้ำท่วมเหมือนกัน

25 ต.ค. 54
หลังจากผมกลับมาที่ไทยก็โทรถามสถานการณ์จากทางบ้าน พบว่าตอนนั้นทุกคนออกเดินทางไปบ้านญาติกันหมดแล้ว เหลือแต่แม่บ้านให้อยู่เฝ้าบ้านกับน้องเหมียวหนึ่งตัว เสบียงที่ซื้อมาน่าจะเพียงพอ สำหรับคนหนึ่งคนและแมวหนึ่งตัว และถ้าผมเดินทางเข้าบ้านก็คงจะลำบากเพราะน้ำท่วมด้วย ผมก็เลยตัดสินใจเดินทางออกต่างจังหวัดอีกคนหนึ่ง ตอนไปอยู่ก็ได้ฝึกทักษะการทำอาหารเพิ่มเติมที่บ้าน ญาติด้วยล่ะ อยู่กันเป็นเวลาเดือนกว่าๆ ก็ทราบข่าวว่าแถวๆ บ้านเรา น้ำลดลงพอที่จะเดินทางกลับได้ และห้างฟิวเจอร์รังสิต ซึ่งเป็นห้างที่อยู่ใกล้กับบ้านเรามากที่สุดก็กลับมาเปิดบริการแล้ว เลยตัดสินใจ เดินทางกลับ

27 พ.ย. 54
ระหว่างที่เราเดินทางกลับ จะไม่ได้ใช้เส้นทางปกติที่ไปกันเป็นประจำ เพราะว่าน้ำท่วมและมีรถติด ก็เลยเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่น เลยต้องออกมากันแต่เช้าเลย ระหว่างทาง พอเข้ามากรุงเทพก็ขึ้นโทลล์เวย์ ผ่านหลายๆ ที่ที่ยังประสบภาวะน้ำท่วมอยู่ ก็เลยถ่ายภาพเก็บเอาไว้ด้วย เมื่อเราเดินทางมาถึงรังสิต ก็พบว่าน้ำลดลงไปมากขนาดที่รถใหญ่พอจะสัญจรไปมาได้แล้ว แต่ในหลายๆ ซอยก็ยังมีน้ำท่วมขังอยู่ การจราจรก็ติดขัดมาก เพราะรถหลายๆ คันต้องเคลื่อนที่ไปอย่างช้าๆ เพื่อไม่ให้เครื่องดับ หรือคลื่นซัดเข้าไปในบ้านคนแถวนั้น แล้วไหนจะมีแผงลอยขายของบนถนนอีก ทำให้ถนนเหลือเลนที่รถวิ่งได้ ประมาณเลนสองเลนเท่านั้น ถนนรังสิต-นครนายกเนี่ย เท่าที่เราเดินทางมาในวันนั้น มีน้ำท่วมอยู่บริเวณหน้าห้างฟิวเจอร์พาร์ครังสิต แต่น้ำไม่ท่วมในห้าง เพราะเขาถมดินบริเวณทางเข้าด้านหน้าและ ด้านข้าง ซึ่งติดกับคลองหนึ่งเอาไว้แล้ว และอีกที่ที่ยังมีน้ำขังก็คือบริเวณคลองสอง

ถนนรังสิต-ปทุมธานี
Photobucket

Photobucket

ฟิวเจอร์รังสิต
Photobucket

บริเวณหน้าหมู่บ้านเรามีกองขยะอยู่ พอเข้าไปด้านในหมู่บ้านก็เห็นความเสียหายและได้กลิ่นควันไฟ เหมือนกับมีคนเผาพวกเศษใบไม้และหญ้าแห้งที่ตายเพราะน้ำท่วม เมื่อเรากลับมาถึงบ้านก็สำรวจ ความเสียหาย พบว่าสวนถูกน้ำท่วม ต้นไม้ตายเกือบหมดเลย ;w; เมื่อดูรอยน้ำแล้วคิดว่าน้ำท่วมด้านนอกบ้านประมาณ 50 เซนติเมคร แต่เนื่องจากถนนในหมู่บ้านมันอยู่ต่ำกว่าถนนใหญ่นอกหมู่ บ้านและตัวบ้าน คาดว่าช่วงที่น้ำท่วมสูงสุด น่าจะท่วมประมาณ 180 เซนติเมตร (จากถนนในหมู่บ้าน) เลยล่ะครับ แล้วก็ยังมีพวกเรือที่ถูกทิ้งไว้ เนื่องจากไม่ได้ใช้แล้ว ส่วนด้านหลังหมู่บ้านก็มีปลาเล็ก ปลาน้อยอยู่บ้าง คาดว่าน่าจะไหลมาจากบ้านใดบ้านหนึ่ง คันกั้นน้ำด้านหน้าหมู่บ้านก็ทำหน้าที่ของมันได้ดี ในการกั้นไม่ให้น้ำจากคลองรังสิตทะลักเข้ามา แต่ผมได้ยินคำบอกเล่าว่าน้ำมันเข้ามาจากหมู่ บ้านข้างๆ ต่างหาก เหมือนกับว่ากำแพงมันไม่แข็งแรงพอ น้ำจากหมู่บ้านข้างๆ เลยทะลักเข้ามาได้ เฮ่อ... - -" ตอนเข้าไปดูด้านหลังหมู่บ้านก็เห็นร่องรอยกำแพงพังจริงๆ ซึ่งตอนนี้ก็ลังถูกแทนที่ด้วย กระสอบทรายจำนวนมาก

Photobucket

ได้เวลาซื้อเฟอร์นิเจอร์ใหม่แล้วสิ
Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

เฮ่อ แต่พวกเราก็ต้องพยายามคิดในด้านดีไว้บ้างล่ะนะ เช่น ต้นไม้ตายเกือบหมด จะกลายเป็นปุ๋ยให้เราพร้อมที่จะได้วางแผนจัดสวนใหม่ ส่วนเฟอร์นิเจอร์ที่เสียหายก็จะได้โอกาสซื้อใหม่เช่นกัน หลัง จากบางชิ้นถูกใช้งานมาเกือบสิบปีแล้ว บ้านผมก็ถือว่าโชคดีมากที่ได้ยกของหนักๆ ขึ้นไปชั้นสองตั้งแต่ก่อนอพยพไปบ้านญาติแล้ว ก็เลยมีความเสียหายไม่มากนัก

ตู้โทรศัพท์ ดูคราบน้ำแล้วน่าจะรู้ว่าน้ำท่วมเท่าไหร่
Photobucket

เศษปลาตายท้ายหมู่บ้าน
Photobucket

หญ้าตายเรียบ
Photobucket

เอาละ น้ำกำลังลดลงหมดแล้ว แสดงว่า เราจะได้กลับไปใช้ชีวิตตามปกติแล้ว ส่วนผมเองก็ต้องกลับมาเริ่มทำงานวิจัยเพื่อให้จบปริญญาโทอีกครั้ง กลับมาพบกับความท้าทายทางการศึกษาเหมือนเดิม ถ้า ผมอยากจะจบการศึกษาก็ต้องทำให้ได้!!!

(รุปทั้งหมดถ่ายในเดือนพฤษจิกายน 2554 ครับ)

สวัสดีครับทุกคน มาพบกันอีกแล้วนะครับ!
Hello everyone, we've met each other as always!

แหม วันนี้เนี่ยผมรู้สึกดีเป็นพิเศษเลย เพราะอะไรรู้ไหมครับ นั่นก็เพราะว่า วันนี้ วันที่หก เดือนสิงหาคม เป็นวันเกิดของผมไงล่ะคร้าบ! ปีนี้ ผมก็มีอายุเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งปีแล้ว
Heh, today I feels very happy. Want to know why? That's because today, August the 6th, was my birthday! This year I'm turning one year older.

วันเกิดทั้งที จะพลาดได้ยังไงกัน เห็นทีต้องฉลองกันสักหน่อยแล้ว!
Since it was my birthday, I won't miss it. Let's have a celebration!

แต่แล้วก็นึกอะไรขึ้นมาได้อย่างนึง...
Suddenly, I've thought of something...

คิดๆ ดูแล้ว...
Come to think of it...

เราสมควรที่จะฉลองวันเกิดของเราหรือเปล่านะ?
Should I continue considering about the celebration?

ในวันเดียวกันนี้ เมื่อเกือบ ๗๐ ปีที่แล้ว มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น...
In this same day, on almost 70 years prior to now, there was an important event occured...

เหตุการณ์ที่แสดงถึงอำนาจการทำลายล้างด้วยเทคโนโลยี...
The incident which shows the destructive power of a technology...

เหตุการณ์ที่ทำให้สงครามโลกครั้งที่สองจบลง...ด้วยการยอมแพ้ของประเทศญี่ปุ่น...
An event which ended the Second World War...with the surrender of Japan...

...พร้อมกับชีวิตของผู้บริสุทธิ์เป็นจำนวนเกือบ ๑๔๐,๐๐๐ คน...
...with the death of almost 140,000 people...

วันที่ ๖ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๘๘...
August 6, 1945...

วันที่กรุงฮิโรชิม่าถูกถล่มด้วยระเบิดปรมาณู...
The day which Hiroshima was hit by an atomic bomb...



ในวันนั้น นับเป็นครั้งแรกที่อาวุธนิวเคลียร์ถูกนำมาใช้ในสงคราม หลังจากนั้นไม่กี่วันต่อมา เมืองนางาซากิก็ถูกโจมตีด้วยระเบิดลูกที่สอง นับว่าเป็นเพียงแค่สองครั้งเท่านั้นบนโลกใบนี้ที่อาวุธร้ายแรงขนาดนี้ถูกนำมาใช้จริง
On August 6, 1945, an atomic bomb was dropped on Hiroshima Japan. It was the first time a atomic weapon was used in war, a few days later a second bomb was dropped on Nagasaki. Those two times are the only times this kind of weapon has been employed.

ระเบิดลูกที่ถูกใช้ในการถล่มเมืองฮิโรชิมามีชื่อรหัสว่า ลิตเติล บอย รูปนี้เป็นแบบจำลองที่ทำขึ้นเลียนแบบของจริง
The bomb used in striking Hiroshima is named 'Little Boy'. The picture below is the model which is created after the bombings.



เครื่องบินรุ่น B-29 Superfortress bomber ชื่อ Enola Gay เป็นเครื่องบินที่ทิ้งระเบิด ลิตเติลบอย ถล่มเมืองฮิโรชิม่า ปัจจุบันถูกนำไปแสดงโชว์ในพิพิธภัณฑ์การบินและอวกาศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑ์สมิธโซเนียน ในกรุงวอชิงตัน ดีซี
Enola Gay, the B-29 Superfortress bomber which drop the 'Little Boy' bomb onto Hiroshima. Now, the plane is being displayed at the National Air and Space Museum, a part of the Smithsonian Museum in Washington D.C.



สิ่งก่อสร้างต่างๆ ในเมืองฮิโรชิม่าถูกทำลายย่อยยับ เช่น อาคารส่งเสริมอุตสาหกรรมของเมืองฮิโรชิม่า ซึ่งตั้งอยู่บริเวณจุดศูนย์กลางการระเบิดพอดี โครงสร้างด้านนอกของอาคารนี้ถูกทำลายไปเกือบหมด เหลือแต่โครงสร้างรูปโดมภายในอาคารเท่านั้นที่ยังเหลืออยู่ จึงเป็นที่มาของชื่อ อะตอมมิคบอมบ์ โดม หรือ อนุสรณ์สันติภาพแห่งฮิโรชิม่า (Genbaku Dome) ซึ่งภายหลังได้รับการจัดให้เป็นมรดกโลกโดยยูเนสโกใน พ.ศ. ๒๕๓๙
Many buildings were destroyed. For example, the Hiroshima Prefectural Industrial Promotion Hall, which was at the hypocenter of the bomb. The other structure has been mostly destroyed. The dome structure within the building was still remains. That was how it had got the new name as the 'Atomic Bomb Dome' or the 'Hiroshima Peace Memorial' or Genbaku Dome, which was become the UNESCO World Heritage Site since 1996.



ในบริเวณวัดโคคุทาอิจิ มีต้นไม้เก่าแก่ต้นหนึ่ง (รู้สึกจะต้นการบูร) ซึ่งมีอายุประมาณ ๓๐๐ ปี ก็ถูกถอนรากถอนโคนจากแรงระเบิดนี้
In the Kokutaiji Temple area, the large Camphor tree which was said to be over 300 years old, was also uprooted by the atomic bomb blast.



โรงเรียนประถมชิโรยามะ ซึ่งเป็นโรงเรียนที่อยู่ใกล้จุดศูนย์กลางระเบิด ก็ถูกทำลายเช่นกัน จากสถิติของโรงเรียนในช่วงเวลา ๔ เดือนก่อนการทิ้งระเบิด โรงเรียนนี้มีห้องเรียน ๓๒ ห้อง นักเรียน ๑๕๐๐ คน และคุณครู ๓๗ คน หลังจากได้รับสัญญาณเตือนจากการโจมตีทางอากาศแล้ว นักเรียนก็ถูกส่งตัวกลับบ้านกันหมด หลังจากการระเบิดผ่านไป มีการประมาณว่านักเรียนประมาณ ๘๗% ต้องเสียชีวิตลง
The Shiroyama Primary School, the nearest primary school to the hypocenter, was also destroyed. From the statistic 4 months before the bombing, the school has 32 classrooms, 1500 students, and 37 teachers. After the air-raid alert was announced on that day. The students were sent home. However, after the bombing, about 87% of the students were killed.



รังสีความร้อนจากการระเบิดยังทำให้เสื้อผ้าใหม้ ติดเป็นรอยบนตัวคน
The heat ray also burn the clothing pattern onto human's skin.



กัมมันตภาพรังสีที่เกิดขึ้นจากการระเบิดยังส่งผลข้างเคียงด้วย เช่น ทำให้เลือดไหลไม่หยุด, ตาเป็นต้อกระจก
The radiation from the explosion also has a side effect on human too. For example, hemorrhage and cataract.



นอกจากนั้น รังสีความร้อนทำให้เกิดร่องรอยเงาของผู้ที่อยู่ในบริเวณนั้นด้วย ห่างออกมาจากจุดศูนย์กลางการระเบิดประมาณ ๒๕๐ เมตร ด้านหน้าธนาคารสุมิโทโมะ ดูจากรอยเงาที่เหลืออยู่ ทำให้มีการคาดการณ์กันว่าคนที่อยู่ตรงนี้น่าจะนั่งอยู่หน้า หันหน้าไปในทิศที่เป็นจุดระเบิด อาจจะกำลังรอธนาคารเปิดให้บริการ แต่ทันใดนั้น ก็มีแสงสว่างขึ้นมาแวบหนึ่ง พร้อมกับความร้อนเกือบ ๒๐๐๐ องศา คาดกันว่าคนคนนี้ถูกเผาไหม้ในจุดที่เขานั่งอยู่นั้นเอง
Moreover, the heat ray leaves the human shadow who's nearby. About 250 meters from the hypocenter, at the Sumitomo Bank, it's believed that a person who sit here facing the direction of the hypocenter, probably waiting for the bank to open. Suddenly, there's a strong flash of light with the heat of 2000 degrees, incinerating the person who was sitting there.



เหตุการณ์ระทึกขวัญครั้งนี้ยังไม่จบลง ผู้ที่รอดชีวิตมาได้ต่างก็อพยพไปอยู่บริเวณชานเมืองฮิโรชิม่า เพื่อเข้ารับความช่วยเหลือตามสถานีปฐมพยาบาลและหาที่พักพิงตามอาคารสาธารณะ แต่ก็ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนลงได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น ผู้รอดชีวิตแต่ละคนก็เริ่มเสียชีวิตลงเพราะสารกัมมันตภาพรังสี เนื่องจากอัตราการเสียชีวิตมีมากเกินกว่าที่จะทำพีธีฝังศพให้กับทุกคนได้ตามประเพณี เลยต้องทำการฝังรวม กลายเป็นสุสานกระดูกอย่างที่เห็นในภาพ หลายปีต่อมา ก็มีการขุดเจอกับสุสานกระดูกในบริเวณใกล้เคียงด้วย เช่น บนเกาะคานาวาจิม่า และในโรงเรียนแห่งหนึ่งในเกาะใกล้เคียง
This terrifying events has not finished yet. The survivors takes an evacuation to the suburban area of Hiroshima. They took refuge at the first-aid station set in the public building. However, this could aid them only temporarily. Soon, the survivors started to die one after another, proably because of the radiation. The death rate is so overwhelming that the cremation cannot catch up; this results in many dead bodies are buried together, becoming the large boneyard as seen in the picture. Several years later, the human bones are found in the nearby area. For example, on the Kanawajima Island and at the grounds of the Junior High School on the nearby island.



พลังงานนิวเคลียร์นั้นสามารถเอิ้อประโยชน์ให้กับเราได้ ถ้าเราสามารถควบคุมมันได้ และใช้ให้ถูกวิธี ในทางกลับกัน มันยังสามารถกลายเป็นอาวุธสงครามที่มีอานุภาพร้ายแรง หรือ ก็ให้เกิดมลพิษได้ด้วย อย่างเช่น ที่เชอร์โนบิล หรือฟุกุชิม่า ขึ้นอยู่กับว่าผู้ที่ครอบครองพลังงานนี้จะตัดสินใจใช้มันในทางที่ดีหรือไม่ดี แต่อย่างไรก็ตาม พวกเราก็ได้แต่หวังว่าจะไม่มีการนำพลังงานเช่นนี้ไปใช้ในทางที่ผิดอีกต่อไป...
A nuclear energy, it can give us many benefits if used properly and in control. On the other hand, it can also be the destructive weapon depending on what the nuclear power bearer decision whether they will use it in the right or wrong way. Also, it could cause a huge disaster without a proper care as in the Chernobyl or Fukushima. Still, let's hope that there'll be no use of such an energy for the bad things again...

ขอให้โลกนี้มีแต่ความสงบสุข
Let the world be peaceful.

ขอไว้อาลัยให้กับผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นั้นทุกๆ คน
RIP for those whose lost their life in that event.

ปล. อ๊ะ! หลังจากไปดูในวิกิพีเดียไทยมา เพิ่งรู้นะเนี่ย ว่า เจ้าช่วงช่วง แพนด้ายักษ์ที่สวนสัตว์เชียงใหม่ ก็เกิดวันเดียวกับเราเหมือนกัน  - -' รวมถึงพลเอกสุจินดา คราประยูร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทยด้วย
PS. I went to Thai Wikipedia and just know that Chaung Chaung, the giant panda in the Chiang Mai zoo is also born on this day. - -' Also General Sujinda Kraprayoon, a former Thai PM.

ปล ๒. เนื่องจากเอนทรีนี้เคยเขียนเมื่อปีที่แล้ว ก็เลยเอามาใช้ซ้ำซะเลย เหอๆ แต่เนื้อหาก็ยังเข้มข้นเหมือนเดิมนะ
PS 2. I just reused the last year's entry, lol, but the entry is still informative as always.

Source:
http://www.gensuikin.org/english/photo.html

093. ที่มาของคำว่า SPAM

posted on 03 Aug 2011 13:45 by t-tan  in Timewasters
สวัสดีฮะ

นี่ก็เพิ่งส่งงานวิจัยไปที่งานประชุมวิชาการแห่งหนึ่ง ก็หวังว่าจะผ่านนะ ตอนนี้เลยว่างแป๊บนึง

โอเค ที่ตั้งหัวข้อแบบนี้มาก็กลัวอยู่บ้างว่าคนอื่นจะเห็นว่าเป็นเอนทรีสแปม ไม่ใช่นะ แต่ก็ใช่ครับ เอ๊ะ ยังไง เพราะผมจะมาพูดถึงเรื่องสแปมนั่นแหละ แต่แทนที่จะบอกว่าสแปมคือเมล์ขยะ และบอกวิธีป้องกัน ก็คงจะธรรมดาไป เพราะหาอ่านได้ง่ายๆ อยู่แล้ว งั้นจะมาพูดถึงต้นกำเนิดของคำว่าสแปมสักหน่อยดีกว่า

Photobucket

คงจะเคยได้ยินชื่ออาหารกระป๋องยี่ห้อ SPAM กันใช่ไหมครับ ถ้าคิดว่าคำว่าสแปมมาจากอาหารนี่ ไม่ใช่นะครับ เพราะ คำว่า SPAM ของยี่ห้ออาหารเนี่ย มันมาจากคำว่า "SPiced hAM" หรือแปลว่า แฮมปรุงรส นั่นเอง ทีนั้ก็คงจะเริ่มสงสัยกันแล้วสิ ว่าจริงๆ แล้ว คำว่าสแปมมันมาจากไหน เดี๋ยวจะค่อยเล่าย้อนจากปัจจุบันไปสู่อดีตให้ฟังครับ

จดหมายขยะที่ถูกส่งมากับอีเมล์ต่างๆ เป็นเวลากว่า 20ปีมาแล้ว ที่นี้ ถ้ามีอีเมล์ แสดงว่าต้องมีอินเตอร์เน็ตมาก่อน...

อินเตอร์เน็ตเริ่มเปิดให้ใช้อย่างสาธารณะตั้งแต่ช่วงปีค.ศ. 1970...

ช่วงปี ค.ศ. 1970 สื่อที่เป็นที่นิยมที่สุดก็น่าจะเป็นโทรทัศน์ งั้นก็พอจะอนุมานได้ว่า คำนี้น่าจะมาจากรายการโทรทัศน์ ที่กำลังเป็นที่นิยมในสมัยนั้น...

รายการนั้นก็คือ Monty Python ซึ่งเป็นรายการตลกที่โด่งดังที่สุดในประเทศอังกฤษในสมัยนั้น...

มีอยู่ตอนหนึ่ง ชื่อ SPAM ฉากเป็นร้านอาหาร ที่ทุกเมนูมีส่วนผสมของเนื้อกระป๋อง SPAM ด้วย มีคู่สามีภรรยา (โรยตัว?) เข้ามา สามีชอบทาน SPAM แต่ภรรยาไม่ชอบ เลยทะเลาะกัน มีแต่คำว่า SPAM SPAM SPAM SPAM เต็มไปหมด ฟังแล้วหงุดหงิดชอบกล (ฮา)

ด้านหลังก็มีพวกไวกิ้งนั่งอยู่ พอตัวละครอื่นๆ เริ่มพูดคำว่า SPAM SPAM มากขึ้น พวกไวกิ้งก็จะร้องเป็นเพลงออกมาเลย "Spam, Spam, Spam, Spam... Lovely Spam! Wonderful Spam!" ทำให้คนอื่นๆ ที่พูดอยู่ เริ่มหยุดลง กริยานี้เลยถูกเรียกว่า Spamming ซึ่งเปรียบได้กับที่กล่องข้อความอีเมล์ของเรา ถูกถล่มด้วยข้อความขยะนั่นเอง ทำให้ข้อความสำคัญถูกดันลงไป



มาถึงตรงนี้ อาจจะมีคำถามว่า "เอ๊ะ แล้วคำว่า SPAM มันเกี่ยวอะไรกับรายการนี้ล่ะ" ก็มีที่มาเหมือนกันครับ...

รายการที่วีส่วนใหญ่ก็อาจจะมีเค้าโครงมาจากประวัติศาสตร์ รวมถึง Monty Python ตอนนี้ด้วย...

ย้อนหลังไปอีกสามสิบกว่าปี ประมาณค.ศ. 1939 ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นสงครามโลกครั้งที่สอง ในสงครามแอตแลนติก ฝ่ายอักษะได้ทำการโจมตีประเทศต่างๆ รวมทั้งอังกฤษ เป็นแผนการตัดเสบียงที่ส่งเข้าประเทศอังกฤษ เพื่อทำลายอุตสาหกรรมและทำให้ชาวอังกฤษขาดแคลนอาหารจนต้องยอมจำนน ทางประเทศอังกฤษก็เลยต้องนำเข้าอาหารมาจากต่างประเทศเช่น เนื้อ น้ำตาล ข้าวชนิดต่างๆ

แต่ทว่า มีอาหารอยู่ชนิดหนึ่งที่ไม่ได้นำเข้ามาเลย ...

ใช่แล้วครับ มันคือเนื้อกระป๋อง SPAM นั่นเอง น่าจะเป็นเพราะผลิตในประเทศอยู่แล้ว ประมาณว่า กินกันจนเบื่อแล้วนั่นแหละครับ มันก็เลยเป็นที่มาขอชื่อตอน SPAM นั่นเอง ก็คงพอจะบอกได้ว่า SPAM ที่หมายถึงเมล์ขยะ ก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับเนื้อกระป๋องอยู่บ้างเหมือนกันนะเนี่ย

เอาละ ก็ขอจบเอนทรีนี้ลงเท่านี้ล่ะครับ

"Spam, Spam, Spam, Spam... Lovely Spam! Wonderful Spam!"

Source: http://en.wikipedia.org/wiki/Spam_(Monty_Python)