095. เจ้าของบล็อกลี้ภัยน้ำท่วม กลับมาละครับ
posted on 23 Dec 2011 23:07 by t-tan in DailyLifeบล็อกข้า ข้ากลับมาแล้ว จอใช้เวลาอัพเจ้าสักหน่อยละกัน
ในช่วงที่ผ่านมา ประเทศไทยประสบกับปัญหาน้ำท่วมมากอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ในช่วงเดือนตุลา 54 ครอบครัวเราก็คอยติดตามข่าวเรื่อยๆ เพราะเป็นไปได้ว่าแถวๆ บ้านผมก็อาจจะโดนด้วยเช่นกัน ตอนนั้นก็ทำการเตรียมตัวกันหลายๆ ด้าน เช่น ยกของขึ้นที่สูง และซื้อเสบียงอาหารมาเก็บไว้ แล้วก็มีคำเตือนว่าให้นำรถไปจอดที่สูงด้วย แต่แถวๆ บ้านเรา ไม่มีที่สูงพอ ส่วนเรื่องจอดรถบนสะพานหรือ อาคารอื่นๆ ก็ยังไม่แน่ใจเรื่องความปลอดภัย และอาจจะโดนรถคันอื่นเฉี่ยวเอาได้ บ้านเราตัดสินใจจะขับรถไปบ้านญาติ และอาศัยอยู่ที่บ้านญาติจนกว่าน้ำจะลด แต่ผมก็ไม่ได้ไปด้วยนะ เพราะติด ภารกิจต้องไปร่วมงานประชุมวิชาการที่จีนพอดี ตอนแรกก็กลัวๆ ว่าจะออกจากบ้านไปสนามบินไม่ได้ด้วยล่ะ ส่วนตอนที่อยู่จีนก็พยายามติดตามข่วมน้ำท่วมในไทยด้วย ในงานที่ผมไปเนี่ย ก็มีอาจารย์ และนักวิจัยช่วยกันระดมเงินบริจาคมาช่วยน้ำท่วมเหมือนกัน
25 ต.ค. 54
หลังจากผมกลับมาที่ไทยก็โทรถามสถานการณ์จากทางบ้าน พบว่าตอนนั้นทุกคนออกเดินทางไปบ้านญาติกันหมดแล้ว เหลือแต่แม่บ้านให้อยู่เฝ้าบ้านกับน้องเหมียวหนึ่งตัว เสบียงที่ซื้อมาน่าจะเพียงพอ สำหรับคนหนึ่งคนและแมวหนึ่งตัว และถ้าผมเดินทางเข้าบ้านก็คงจะลำบากเพราะน้ำท่วมด้วย ผมก็เลยตัดสินใจเดินทางออกต่างจังหวัดอีกคนหนึ่ง ตอนไปอยู่ก็ได้ฝึกทักษะการทำอาหารเพิ่มเติมที่บ้าน ญาติด้วยล่ะ อยู่กันเป็นเวลาเดือนกว่าๆ ก็ทราบข่าวว่าแถวๆ บ้านเรา น้ำลดลงพอที่จะเดินทางกลับได้ และห้างฟิวเจอร์รังสิต ซึ่งเป็นห้างที่อยู่ใกล้กับบ้านเรามากที่สุดก็กลับมาเปิดบริการแล้ว เลยตัดสินใจ เดินทางกลับ
27 พ.ย. 54
ระหว่างที่เราเดินทางกลับ จะไม่ได้ใช้เส้นทางปกติที่ไปกันเป็นประจำ เพราะว่าน้ำท่วมและมีรถติด ก็เลยเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่น เลยต้องออกมากันแต่เช้าเลย ระหว่างทาง พอเข้ามากรุงเทพก็ขึ้นโทลล์เวย์ ผ่านหลายๆ ที่ที่ยังประสบภาวะน้ำท่วมอยู่ ก็เลยถ่ายภาพเก็บเอาไว้ด้วย เมื่อเราเดินทางมาถึงรังสิต ก็พบว่าน้ำลดลงไปมากขนาดที่รถใหญ่พอจะสัญจรไปมาได้แล้ว แต่ในหลายๆ ซอยก็ยังมีน้ำท่วมขังอยู่ การจราจรก็ติดขัดมาก เพราะรถหลายๆ คันต้องเคลื่อนที่ไปอย่างช้าๆ เพื่อไม่ให้เครื่องดับ หรือคลื่นซัดเข้าไปในบ้านคนแถวนั้น แล้วไหนจะมีแผงลอยขายของบนถนนอีก ทำให้ถนนเหลือเลนที่รถวิ่งได้ ประมาณเลนสองเลนเท่านั้น ถนนรังสิต-นครนายกเนี่ย เท่าที่เราเดินทางมาในวันนั้น มีน้ำท่วมอยู่บริเวณหน้าห้างฟิวเจอร์พาร์ครังสิต แต่น้ำไม่ท่วมในห้าง เพราะเขาถมดินบริเวณทางเข้าด้านหน้าและ ด้านข้าง ซึ่งติดกับคลองหนึ่งเอาไว้แล้ว และอีกที่ที่ยังมีน้ำขังก็คือบริเวณคลองสอง
ถนนรังสิต-ปทุมธานี


ฟิวเจอร์รังสิต

บริเวณหน้าหมู่บ้านเรามีกองขยะอยู่ พอเข้าไปด้านในหมู่บ้านก็เห็นความเสียหายและได้กลิ่นควันไฟ เหมือนกับมีคนเผาพวกเศษใบไม้และหญ้าแห้งที่ตายเพราะน้ำท่วม เมื่อเรากลับมาถึงบ้านก็สำรวจ ความเสียหาย พบว่าสวนถูกน้ำท่วม ต้นไม้ตายเกือบหมดเลย ;w; เมื่อดูรอยน้ำแล้วคิดว่าน้ำท่วมด้านนอกบ้านประมาณ 50 เซนติเมคร แต่เนื่องจากถนนในหมู่บ้านมันอยู่ต่ำกว่าถนนใหญ่นอกหมู่ บ้านและตัวบ้าน คาดว่าช่วงที่น้ำท่วมสูงสุด น่าจะท่วมประมาณ 180 เซนติเมตร (จากถนนในหมู่บ้าน) เลยล่ะครับ แล้วก็ยังมีพวกเรือที่ถูกทิ้งไว้ เนื่องจากไม่ได้ใช้แล้ว ส่วนด้านหลังหมู่บ้านก็มีปลาเล็ก ปลาน้อยอยู่บ้าง คาดว่าน่าจะไหลมาจากบ้านใดบ้านหนึ่ง คันกั้นน้ำด้านหน้าหมู่บ้านก็ทำหน้าที่ของมันได้ดี ในการกั้นไม่ให้น้ำจากคลองรังสิตทะลักเข้ามา แต่ผมได้ยินคำบอกเล่าว่าน้ำมันเข้ามาจากหมู่ บ้านข้างๆ ต่างหาก เหมือนกับว่ากำแพงมันไม่แข็งแรงพอ น้ำจากหมู่บ้านข้างๆ เลยทะลักเข้ามาได้ เฮ่อ... - -" ตอนเข้าไปดูด้านหลังหมู่บ้านก็เห็นร่องรอยกำแพงพังจริงๆ ซึ่งตอนนี้ก็ลังถูกแทนที่ด้วย กระสอบทรายจำนวนมาก

ได้เวลาซื้อเฟอร์นิเจอร์ใหม่แล้วสิ




เฮ่อ แต่พวกเราก็ต้องพยายามคิดในด้านดีไว้บ้างล่ะนะ เช่น ต้นไม้ตายเกือบหมด จะกลายเป็นปุ๋ยให้เราพร้อมที่จะได้วางแผนจัดสวนใหม่ ส่วนเฟอร์นิเจอร์ที่เสียหายก็จะได้โอกาสซื้อใหม่เช่นกัน หลัง จากบางชิ้นถูกใช้งานมาเกือบสิบปีแล้ว บ้านผมก็ถือว่าโชคดีมากที่ได้ยกของหนักๆ ขึ้นไปชั้นสองตั้งแต่ก่อนอพยพไปบ้านญาติแล้ว ก็เลยมีความเสียหายไม่มากนัก
ตู้โทรศัพท์ ดูคราบน้ำแล้วน่าจะรู้ว่าน้ำท่วมเท่าไหร่

เศษปลาตายท้ายหมู่บ้าน

หญ้าตายเรียบ

เอาละ น้ำกำลังลดลงหมดแล้ว แสดงว่า เราจะได้กลับไปใช้ชีวิตตามปกติแล้ว ส่วนผมเองก็ต้องกลับมาเริ่มทำงานวิจัยเพื่อให้จบปริญญาโทอีกครั้ง กลับมาพบกับความท้าทายทางการศึกษาเหมือนเดิม ถ้า ผมอยากจะจบการศึกษาก็ต้องทำให้ได้!!!
(รุปทั้งหมดถ่ายในเดือนพฤษจิกายน 2554 ครับ)
ในช่วงที่ผ่านมา ประเทศไทยประสบกับปัญหาน้ำท่วมมากอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ในช่วงเดือนตุลา 54 ครอบครัวเราก็คอยติดตามข่าวเรื่อยๆ เพราะเป็นไปได้ว่าแถวๆ บ้านผมก็อาจจะโดนด้วยเช่นกัน ตอนนั้นก็ทำการเตรียมตัวกันหลายๆ ด้าน เช่น ยกของขึ้นที่สูง และซื้อเสบียงอาหารมาเก็บไว้ แล้วก็มีคำเตือนว่าให้นำรถไปจอดที่สูงด้วย แต่แถวๆ บ้านเรา ไม่มีที่สูงพอ ส่วนเรื่องจอดรถบนสะพานหรือ อาคารอื่นๆ ก็ยังไม่แน่ใจเรื่องความปลอดภัย และอาจจะโดนรถคันอื่นเฉี่ยวเอาได้ บ้านเราตัดสินใจจะขับรถไปบ้านญาติ และอาศัยอยู่ที่บ้านญาติจนกว่าน้ำจะลด แต่ผมก็ไม่ได้ไปด้วยนะ เพราะติด ภารกิจต้องไปร่วมงานประชุมวิชาการที่จีนพอดี ตอนแรกก็กลัวๆ ว่าจะออกจากบ้านไปสนามบินไม่ได้ด้วยล่ะ ส่วนตอนที่อยู่จีนก็พยายามติดตามข่วมน้ำท่วมในไทยด้วย ในงานที่ผมไปเนี่ย ก็มีอาจารย์ และนักวิจัยช่วยกันระดมเงินบริจาคมาช่วยน้ำท่วมเหมือนกัน
25 ต.ค. 54
หลังจากผมกลับมาที่ไทยก็โทรถามสถานการณ์จากทางบ้าน พบว่าตอนนั้นทุกคนออกเดินทางไปบ้านญาติกันหมดแล้ว เหลือแต่แม่บ้านให้อยู่เฝ้าบ้านกับน้องเหมียวหนึ่งตัว เสบียงที่ซื้อมาน่าจะเพียงพอ สำหรับคนหนึ่งคนและแมวหนึ่งตัว และถ้าผมเดินทางเข้าบ้านก็คงจะลำบากเพราะน้ำท่วมด้วย ผมก็เลยตัดสินใจเดินทางออกต่างจังหวัดอีกคนหนึ่ง ตอนไปอยู่ก็ได้ฝึกทักษะการทำอาหารเพิ่มเติมที่บ้าน ญาติด้วยล่ะ อยู่กันเป็นเวลาเดือนกว่าๆ ก็ทราบข่าวว่าแถวๆ บ้านเรา น้ำลดลงพอที่จะเดินทางกลับได้ และห้างฟิวเจอร์รังสิต ซึ่งเป็นห้างที่อยู่ใกล้กับบ้านเรามากที่สุดก็กลับมาเปิดบริการแล้ว เลยตัดสินใจ เดินทางกลับ
27 พ.ย. 54
ระหว่างที่เราเดินทางกลับ จะไม่ได้ใช้เส้นทางปกติที่ไปกันเป็นประจำ เพราะว่าน้ำท่วมและมีรถติด ก็เลยเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่น เลยต้องออกมากันแต่เช้าเลย ระหว่างทาง พอเข้ามากรุงเทพก็ขึ้นโทลล์เวย์ ผ่านหลายๆ ที่ที่ยังประสบภาวะน้ำท่วมอยู่ ก็เลยถ่ายภาพเก็บเอาไว้ด้วย เมื่อเราเดินทางมาถึงรังสิต ก็พบว่าน้ำลดลงไปมากขนาดที่รถใหญ่พอจะสัญจรไปมาได้แล้ว แต่ในหลายๆ ซอยก็ยังมีน้ำท่วมขังอยู่ การจราจรก็ติดขัดมาก เพราะรถหลายๆ คันต้องเคลื่อนที่ไปอย่างช้าๆ เพื่อไม่ให้เครื่องดับ หรือคลื่นซัดเข้าไปในบ้านคนแถวนั้น แล้วไหนจะมีแผงลอยขายของบนถนนอีก ทำให้ถนนเหลือเลนที่รถวิ่งได้ ประมาณเลนสองเลนเท่านั้น ถนนรังสิต-นครนายกเนี่ย เท่าที่เราเดินทางมาในวันนั้น มีน้ำท่วมอยู่บริเวณหน้าห้างฟิวเจอร์พาร์ครังสิต แต่น้ำไม่ท่วมในห้าง เพราะเขาถมดินบริเวณทางเข้าด้านหน้าและ ด้านข้าง ซึ่งติดกับคลองหนึ่งเอาไว้แล้ว และอีกที่ที่ยังมีน้ำขังก็คือบริเวณคลองสอง
ถนนรังสิต-ปทุมธานี


ฟิวเจอร์รังสิต

บริเวณหน้าหมู่บ้านเรามีกองขยะอยู่ พอเข้าไปด้านในหมู่บ้านก็เห็นความเสียหายและได้กลิ่นควันไฟ เหมือนกับมีคนเผาพวกเศษใบไม้และหญ้าแห้งที่ตายเพราะน้ำท่วม เมื่อเรากลับมาถึงบ้านก็สำรวจ ความเสียหาย พบว่าสวนถูกน้ำท่วม ต้นไม้ตายเกือบหมดเลย ;w; เมื่อดูรอยน้ำแล้วคิดว่าน้ำท่วมด้านนอกบ้านประมาณ 50 เซนติเมคร แต่เนื่องจากถนนในหมู่บ้านมันอยู่ต่ำกว่าถนนใหญ่นอกหมู่ บ้านและตัวบ้าน คาดว่าช่วงที่น้ำท่วมสูงสุด น่าจะท่วมประมาณ 180 เซนติเมตร (จากถนนในหมู่บ้าน) เลยล่ะครับ แล้วก็ยังมีพวกเรือที่ถูกทิ้งไว้ เนื่องจากไม่ได้ใช้แล้ว ส่วนด้านหลังหมู่บ้านก็มีปลาเล็ก ปลาน้อยอยู่บ้าง คาดว่าน่าจะไหลมาจากบ้านใดบ้านหนึ่ง คันกั้นน้ำด้านหน้าหมู่บ้านก็ทำหน้าที่ของมันได้ดี ในการกั้นไม่ให้น้ำจากคลองรังสิตทะลักเข้ามา แต่ผมได้ยินคำบอกเล่าว่าน้ำมันเข้ามาจากหมู่ บ้านข้างๆ ต่างหาก เหมือนกับว่ากำแพงมันไม่แข็งแรงพอ น้ำจากหมู่บ้านข้างๆ เลยทะลักเข้ามาได้ เฮ่อ... - -" ตอนเข้าไปดูด้านหลังหมู่บ้านก็เห็นร่องรอยกำแพงพังจริงๆ ซึ่งตอนนี้ก็ลังถูกแทนที่ด้วย กระสอบทรายจำนวนมาก

ได้เวลาซื้อเฟอร์นิเจอร์ใหม่แล้วสิ




เฮ่อ แต่พวกเราก็ต้องพยายามคิดในด้านดีไว้บ้างล่ะนะ เช่น ต้นไม้ตายเกือบหมด จะกลายเป็นปุ๋ยให้เราพร้อมที่จะได้วางแผนจัดสวนใหม่ ส่วนเฟอร์นิเจอร์ที่เสียหายก็จะได้โอกาสซื้อใหม่เช่นกัน หลัง จากบางชิ้นถูกใช้งานมาเกือบสิบปีแล้ว บ้านผมก็ถือว่าโชคดีมากที่ได้ยกของหนักๆ ขึ้นไปชั้นสองตั้งแต่ก่อนอพยพไปบ้านญาติแล้ว ก็เลยมีความเสียหายไม่มากนัก
ตู้โทรศัพท์ ดูคราบน้ำแล้วน่าจะรู้ว่าน้ำท่วมเท่าไหร่

เศษปลาตายท้ายหมู่บ้าน

หญ้าตายเรียบ

เอาละ น้ำกำลังลดลงหมดแล้ว แสดงว่า เราจะได้กลับไปใช้ชีวิตตามปกติแล้ว ส่วนผมเองก็ต้องกลับมาเริ่มทำงานวิจัยเพื่อให้จบปริญญาโทอีกครั้ง กลับมาพบกับความท้าทายทางการศึกษาเหมือนเดิม ถ้า ผมอยากจะจบการศึกษาก็ต้องทำให้ได้!!!
(รุปทั้งหมดถ่ายในเดือนพฤษจิกายน 2554 ครับ)
Tags: flood, น้ำท่วม, รังสิต0 Comments












